Memories

ทุก ๆ ปี ในช่วงวัยเรียน

วันแม่ ..สำหรับฉัน
ไม่เคยมีแม่มาที่โรงเรียนสักครั้งเดียว

แม่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้พิการ หรือผิดปกติอะไรแต่อย่างใด
แต่.. แม่ไม่ชอบเข้างานสังคม งานโรงเรียน แม่ไม่ไป


ฉันเรียนรู้ที่จะเอาดอกมะลิที่โรงเรียนจัดไว้ให้
ไปกราบคุณครู ซึ่งเป็นตัวแทนแม่ อยู่เช่นนั้น ทุกปี
แต่ไม่ว่า จะอย่างไรก็ตาม ทุกวันแม่ ฉันก็จะมีของขวัญ
หรือดอกไม้ การ์ด ให้แม่เสมอ

มันเป็นสิ่งละอันพันละน้อย ที่ฉันอยากให้แม่รู้ว่า

"แม่สำคัญกับลูกคนนี้มากแค่ไหน และแม้ว่าลูกจะรักแม่มากแค่ไหน
ก็ไม่ได้เท่าแม้ครึ่งที่แม่รักลูกเลย
"


ครั้งหนึ่ง เมื่อพ่อไม่อยู่บ้าน ไปต่างจังหวัดหลายวัน
เด็กหญิงวัย 5 ขวบ อยู่กับแม่ด้วยกัน สองคน

บ้านเราเป็นร้านอาหารที่ขายไอศครีม
อยู่ห่างจากตลาดและร้านขายยาประมาณ 3-4 กิโลเมตร
แต่เนื่องจาก เมืองที่เราอยู่ เป็นเมืองเล็ก
ตึกที่ปลูกติดกัน หันหลังให้กัน ก็กลายเป็นถนน 2 เส้น

วันนั้น แม่ไม่สบาย เป็นไข้นอนซม
แม่ให้เด็กหญิงคนนั้น ไปซื้อยาที่หน้าตลาดให้

การเดินทางไปที่ร้านขายยา สำหรับผู้ใหญ่ก็เป็นเรื่องธรรมดาและง่ายดาย
แต่สำหรับเด็กตัวเล็ก เป็นเหมือนเรื่องผจญภัย
ต้องข้ามถนนหน้าบ้าน เดินลัดเลาะไปหน้าจวนนายอำเภอ
แล้วเลี้ยวขวาที่ซอยด้านข้างบ้าน สส. ผ่านกำแพงสีเทาและสีอิฐแดงของบ้านหลายหลัง
ก่อนจะเลี้ยวขวาอีกที ที่ถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงเรียนมัธยม แต่ไม่ต้องข้ามถนนนะ
ให้เดินเรื่อยมา ริมขวาของฟุตบาท จะผ่านร้านรวงตลอดเส้นทาง
ทั้งร้านซ่อมรถ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านเครื่องเขียน ฯลฯ..
ร้านมากมายขนาดนั้น เด็กหญิงคงไม่อาจจำได้ทั้งหมด
และแล้ว.. ก็ถึงร้านขายยา

เด็กหญิงก้าวเข้าไปในร้าน พร้อมกับยื่นรายการยาที่แม่เขียนสั่งมาให้คนขายยา
ได้ของ จ่ายเงิน แล้วเดินกลับบ้านทางเก่า...


ความทรงจำสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ .. ตั้งแต่นั้นมา แม่จะเรียกเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นว่า

"หนูมิจัง" จำได้ลางเลือนว่า เป็นนิทานเล่มบาง ที่เล่าเรื่องของ เด็กหญิงตัวเล็กชื่อหนูมิจัง
ซึ่งคุณแม่ใช้ให้ไปซื้อนมที่ร้านชำให้ .. หนูมิจังเดินไปถึงร้านแล้ว ก็ร้องบอกป้าอ้วนคนขาย


"ขอซื้อนมหน่อยค่ะ" แต่ด้วยตัวที่เล็กกระจ้อยร้อย และเสียงเล็ก ๆและเบา
ป้าอ้วนก็เลยไม่ได้ยิน

กว่าที่ป้าอ้วนจะหันมาเห็นหนูมิจัง แกก็ขายของให้กับลูกค้าคนอื่นไปหลายคนแล้ว

นึกไปนึกมา..มันเหมือนกันตรงไหนล่ะเนี่ย.. - -"

ปีนี้ คงต่างกับทุกปี เพราะฉันและแม่ ได้ไปเที่ยวด้วยกัน
แต่ขอบอกว่า.. เหนื่อยสุด ๆ

บอกลาพรรคพวกตั้งแต่เที่ยงคืนกว่า แต่เข้านอนตอนตี3
ตี5ก็ต้องตื่นมาอาบน้ำเตรียมตัว 6 โมงออกจากบ้าน

นั่งรถแท๊กซี่จากกระบี่ ไปตรัง เค้าคิดคันละ 720
ถ้านั่งไป 6 คน ตกหัวละ 120
พี่ปูจ่ายให้หมด ^^" (รู้สึกว่า เที่ยวนี้จะไปแบบอิ่มจัง ตังค์หายไปหน่อยเดียว)

มีนั่งกันไป 6 คน
แม่ ยายเยาว์ พี่ปู แล้วก็น้องแลมป์ นั่งหลัง
ฉันกับน้องไลท์ นั่งหน้า

ไม่เมื่อย แต่ง่วง แต่ก็ไม่หลับ
ถึงตรัง เกือบแปดโมงครึ่ง

งาน "วันนาไร่" ที่คริสจักรตรังจัด
เป็นงานออกร้าน ที่ให้สมาชิกเอาของมาขาย และเอารายได้ทั้งหมด(ไม่หักต้นทุน) เข้าโบสถ์

สงสัยตอนที่ไปถึง ยังเช้าอยู่ ก็มีหลายซุ้ม หลายโต๊ะ แล้วนะ
แต่ยังไม่ครบทุกโต๊ะ

พี่ปูเอาไก่ไปทอดขาย ไก่ทอดในหม้อ ชิ้นปกติที่ขายที่กระบี่ ชิ้นละ 10 บาท
แต่วันนี้ ชิ้นมันเล็กหน่อย เลยขาย 5 บาท ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หมดเร็วมาก

ส่วนลูกปัดของฉัน.. เอ่อ.. ขายได้ 130 บาท (แซ้ดจังเลยวุ้ย T_T)
นั่งดู ทำไม่สวยหรือไงหว่า เหอๆ ก็ไม่ใช่นี่นา(หลงตัวเองป่ะ)

ได้ข้อสรุปว่า ทำอย่างอื่นที่คนซื้อเค้าไม่ต้องมายืนเขินทดลองใส่ที่หน้าร้านจะดีกว่าไหม
-.-"

แต่อันตัวฉัน กะว่า วันนี้จะไปเที่ยว เลยตะลอนช๊อป
ก็พอได้ของขวัญของฝากกลับมาบ้าง ไม่มากไม่มาย เพราะแม่ซื้อผักและผลไม้หลายถุง
หน่อไม้กับแหนมเห็ด แคบหมู และสะเต๊ะ ก็ยังซื้อมา -.-" ดูๆไป เหมือนไปตลาดไงงั้นเลย


ขากลับ ก็กลับแท๊กซี่ แต่ว่า.. ไม่มีแอร์
ซึ่ง ฉันชอบ เพราะเป็นคนเมารถ นั่งรถแอร์แล้วมันปั่นป่วน(บอกยี่ห้อเลยว่าไม่ใช่คนรวย)
แต่ว่า กลับ 7คนนี่สิ นั่งกันแบบ..ว่า... รู้ซึ้งเลยว่า ปลากระป๋องมันเป็นยังไง เหอะๆ


...

ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
กินข้าวกับแหนม ไปอาบน้ำ แล้วงีบไป 2 ชั่วโมง
ตอนนี้ ลุกมาปฏิบัติภาระกิจต่อ....


ฮ้าว...

สุขสันต์วันแม่กันทุกคนนะคะ
ทั้งคุณแม่และคุณลูก

(ชอบเพลงนี้อ่ะ คือหัตถาครองพิภพ )

Ps* พรุ่งนี้จะเอาของขวัญที่ทำให้แม่มาอวดค่ะ :)

สวัสดีค่ะ

บอกไว้ก่อนว่า เรื่องจากชื่อเอนทรี่ก็ไม่สั้น
แถมบันทึกประจำวันก็ไม่น้อย
ดังนั้น.. เลือกอ่านตามแต่ท่านจะสะดวกล่ะกันน๊า :P


..สายลม..
หลายคนชื่นชอบสายลม..ยามสัมผัสต้องผิวกาย
ลมหนาว..อาจสะท้านถึงกระดูก..แต่เสน่ห์ของมันไม่เคยมีที่สิ้นสุด
ลมร้อน..อาจแผดเผาให้กายต้องดับมอดได้..



เรามองไม่เห็นลม
แต่เชื่อกันเสมอว่า..ลม นั้นมีจริง
เหมือนบางสิ่ง..ที่จับต้องไม่ได้ แต่เชื่อว่ามีจริง

ลม จับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้จากการไหวเอนของสิ่งของรอบตัว



เมื่อครั้งยังเด็ก
ทุกครั้งที่รู้สึกร้อนกาย..อยากหาอะไรมาคลายร้อน
แม่จะสอนว่า
อยู่นิ่ง ๆ..เดี๋ยวลมจะพัดมาเอง
มันยากที่จะให้เด็กเล็ก ๆ..ที่แสนจะวุ่นวายอยู่นิ่ง ๆ
รอคอยการสัมผัสของสายลม
แต่เมื่อลองดู..ลองนิ่ง
สายลมเอื่อย..อ่อน..จะพัดมาช้า ๆ..
ไล้ผิวเบาบาง..
สัมผัสที่อ่อนโยน


ความรัก..ก็เหมือนสายลม
หากวิ่งหา..วิ่งวน..ยากจะเจอ
แต่เมื่ออยู่นิ่ง..ปล่อยให้สายลมแห่งรักพัดเข้ามาหาเอง
เมื่อนั้น..จะสัมผัสถึงรักที่อบอุ่นและอ่อนโยน


รัก..มีด้านร้ายของมัน
ไม่ต่างกับลม
ลมหนาวที่พัดพาเอาความอบอุ่นไปจากกาย..
ทิ้งไว้แต่ความหนาวเหน็บที่เจ็บปวด..
ลมร้อนที่พัดพาความร้อนแรง..แผดเผาให้กายต้องทุรนทุราย



เคยสังเกตุไม๊
เมื่อคุณมีรัก และจัดการความรักนั้นไม่ได้
ใจคุณทุกข์..ทุรนทุราย
ราวกับจะขาดความรักนั้นไม่ได้
พอวันหนึ่ง คุณเจ็บจนทนไม่ไหว
ลุกขึ้นมา ตัดเยื่อขาดใย
เหมือนคุณเจอสายลมที่ผิด พายุที่โถมทับ
มันหนักเกินไป
คุณหนีมันมาได้แล้ว..หลบซ่อนแล้วในที่ปลอดภัย



แต่ในที่สุด..
เมื่อคุณต้องดำเนินชีวิตต่อไป
สายลมก็จะหวนกลับมา..
เวลานั้น อยู่ที่คุณจะรับมือกับมันอย่างไรแล้ว..






พักนี้ จะทยอยขนของเก่ามาแปะนะคะ
เป็นพวกบทความบ้าง ไดอารี่หน้าเก่าๆ จากที่โน้นที่นี่(ประมาณว่า หลายบ้านน่ะ)

คือ.. กลัวว่า เว็บพวกนั้นจะพังทลายหายไป
อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้จะแบ่งใจหรือว่าง ตะลอนอัพไปซะทุกที่ที่สมัครเหมือนเคยแล้ว

นึกไปนึกมา จากเอนทรี่ก่อนที่บอก ว่า"ไม่แน่ใจ อย่าพูด" ..น่ะ
ตอนนี้ ชักจะเห็นด้วยกับคอมเมนท์ของคุณPeach แล้วล่ะ

ว่า "ไม่แน่ใจ อย่าชวน"

-*-

แต่ไม่เป็นไร ไม่ก็ไม่เป็นไร ได้ก็โอเค
มุทำแหวนให้ได้ 50 วงก่อนล่ะกัน

50 x 30 = 1,500

ไม่เยอะเท่าไหร่เลย แต่ดูเหมือนว่า จะดีกว่า ไม่ได้อะไรเลย เหอๆ
ส่วนพวงกุญแจกระเป๋าจิ๋ว คงจะได้สัก 20 -30 อันล่ะมั๊ง
ตั้งราคาไว้แล้ว 25 ฿ ... เอาเข้าจริงๆ พี่เค้าจะเอาไปลดราคาก็ไม่รู้อ่า แต่งบต่ออันมันอยู่ใน 10 -15 บาท

เมื่อวาน ไปโดนฝน
เหตุเพราะ... นั่งร้อยลูกปัดอย่างขะมักเขม้น แล้วก็ต้องต๊กใจ
เมื่อรู้ว่า เจ้าเม็ดคริสตัลสีชมพูอันจิ๋ว ..หมดแล้ว
ทำหัวใจ ได้ 1 อันเองนะ...แหง่ก ๆ
แถมที่ฝากแม่ซื้อมาให้วันก่อน ก็ไม่ได้สีชมพูกุหลาบสีหวาน กลับได้ ช๊อคกี้พิงค์ มาแทน

เป็นอันว่า ต้องออกไปซื้อ
มองฟ้า กับเมฆสีดำที่ลอยละล่องจนไม่เห็นสีฟ้าบนท้องฟ้าเลย..ชักจะหนาว ๆ
ถ้าฝนตก คงไม่ดีเท่าไหร่
แต่ก็ต้องไปล่ะนะ


และเมื่อไปถึงร้าน
นิสัยที่ชอบเดินวนแผงลูกปัดก็กลับเข้าร่างเหมือนเคย
เฉพาะที่หาสีชมพูก็นานโขแล้ว เพราะพนักงานเค้าจับไปไว้ด้านหลังหมดเลย
แทบจะยกแผงเค้าหาแล้ว
หาเจอ หยิบมา 6 ถุง
ยังเลือกแบบอื่น ๆ มาอีก

อดไม่ได้ที่จะวนหา สายห้อยมือถือ (ด้วยความหวังอันน้อยนิดว่า..จะมีขาย)
แต่ก็ปิ๋ว.. ไม่มีหรอก แถมพวงกุญแจร้านนี้ก็ขายแพงด้วย
เดินไปดูเอ็นยืดต่อ .. แพงง่ะ ร้านโน้น ม้วนละ 30 บาทเอง(ถ้าสีขาวนะคะ สีอื่นๆจะประมาณ 68)
ร้านนี้ขายราคาเดียวกันหมดเลย
เอ็นธรรมดา เบอร์ 30 ก็ไม่มี มีแต่ 25 ใช่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าคิดเอามาทำแหวน


กลับ ๆๆ...

ออกจากร้าน แล้วไปวนหากระเป๋าจะเอาไว้ให้ตัวเล็กใส่MP3
แต่ก็ไม่ได้ตามต้องการ แบบเด็กผู้ชายเนี่ย หายากชะมัด !!

ก่อนกลับบ้าน แวะไป บิวตี้แลนด์(ร้านขายอุปกรณ์เสริมความงาม แบบขายส่งให้ร้านเสริมสวย)
ฉันเพิ่งไปครั้งแรกล่ะ เดินวน 2 รอบ หาน้ำหอม ... ยืนดมกลิ่นหลายขวด (เกือบจะหน้ามืด)
ไม่ได้กลิ่นที่ถูกใจ เลยไปชั้นสอง ตามคำแนะนำของพนักงาน...
เลือก แกนม้วนผม ได้ 1 แพ๊ค จ่ายตังค์ 30 บาท

แล้วกลับบ้าน
ตอนออกจากร้าน ลมก็มา ฝนเริ่มโปรย
ยังไม่ทันถึงบ้าน ฝนเทลง..เทลง..

เลยได้เล่นน้ำฝนโดยไม่ตั้งใจ
แล้วก็ไม่ได้สระผมทันทีด้วยแหละ


แต่ฉันว่านะ ฉันไม่เป็นหวัดหรอก
เจ็บคอนิดหน่อยเมื่อคืน แต่วันนี้ก็ไม่เป็นไร
(โรคกลัวหมอมีมากกว่า หวัด อิอิ)

ยาวจัง..โน๊ะ.. อ่านจบกันป่ะคะเนี่ย


อืม.. สำหรับลูกค้าท่านแรกของ เอมิจัง
จะรีบผลิตสินค้าให้ตามสั่งนะคะ ^^"



ต้องทำอะไรบ้าง?
ไปซื้อseed beads สีเงินเพิ่ม
อย่าลืมพวงกุญแจล่ะ สำคัญเลยเนี่ย
ซื้อ แกนที่หนีบผม + ดอกไม้ลอยน้ำด้วย
แหวนเพิ่งจะ 33 อัน ยังอีกหลายน๊อ ไปทำให้เสร็จไป๊


Ps*ชอบเพลงที่ลงวันนี้..จัง >.<

girl
เด็กหญิงกับต้นไม้น้อย

ยังมีเรื่องเล่า ในหมู่นักธรรมชาติวิทยา มาเนิ่นนาน กับการเปลี่ยนแปลงสายพันธ์ของพืช
ว่าพืชชนิดหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็นอีกชนิดได้หรือไม่ ถ้ากาลเวลาเปลี่ยนไป

เรื่องเล่ามาจากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ.. เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของนักธรรมชาติวิทยา

วันหนึ่ง พ่อของเด็กหญิงนำต้นไม้ต้นเล็ก ๆ หน้าตาประหลาดกลับมาบ้าน
เด็กหญิงมองเห็นแล้วนึกรัก เธอชอบต้นไม้ต้นเล็ก..หน่อของต้นไม้น้อยนี้มีสีเขียวอ่อน..
เมื่อต้องแสงแดดสีทองยามเย็น..ชวนให้หลงใหล

เธอเอ่ยปากขอต้นไม้น้อยนี้จากบิดา และนำกลับมาดูแล
เธอวางกระถางสีขาวใบเล็กไว้ริมหน้าต่าง.. ต้นไม้น้อยโตวันโตคืน
ด้วยความรักและการดูแลจากเด็กหญิง เธอไม่เคยลืมที่จะรดน้ำทุกเช้าเย็น
ทุกคืนก่อนนอนก็พูดคุยกับต้นไม้น้อย เพราะคุณพ่อของเธอบอกว่า
การพูดกับต้นไม้ ทำให้ต้นไม้สุขภาพดี



เวลาผ่านไป..ต้นไม้เติบโตขึ้น เด็กหญิงเริ่มสังเกตเห็นว่า ลำต้นของมันมีหนามแหลม
เมื่อมือเล็ก ๆ ของเธอแตะต้อง หนามนั้นจะทิ่มตำมือให้เธอบาดเจ็บเสียทุกครั้ง
เด็กหญิงสงสัยเจ้าต้นไม้น้อย เธอจึงถามมัน

" ต้นไม้น้อย ทำไมเธอถึงมีหนามล่ะ เธอไม่ใช้ต้นกุหลาบสักหน่อย"

ต้นไม้น้อย บิดกิ่งก้านของมันอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะทำตาวาววับตอบเด็กหญิง

" โถ ๆ เด็กหญิงจ๋า ฉันไม่ใช่กุหลาบก็จริง แต่ตระกูลของฉันมาจากพืชชั้นสูง และที่แน่นอน
กุหลาบก็มาจากตระกูลพืชชั้นสูงเหมือนกัน เราจึงมีหนามเหมือนกันยังไงล่ะจ๊ะ "

" อย่างนี้เองหรือ แล้วเธอชื่อต้นอะไรกันล่ะจ๊ะ ต้นไม้น้อย " เด็กหญิงยังคงไม่คลายสงสัย

ต้นไม้น้อยกระแอมในลำคอ ก่อนจะยืดกิ่งของมันขึ้นมา ให้เข้าใกล้ตัวเด็กหญิง

" เธออยากรู้ ก็ต้องรอคอยดูดอกของฉันสิจ๊ะ.. เมื่อฉันออกดอก เมื่อนั้น เธอก็จะรู้ชื่อของฉันเอง"

เด็กหญิงทำตาโต.. แต่ก่อนที่เธอจะอ้าปากถาม ต้นไม้น้อยก็ยิ้มอย่างรู้ในความคิดของเด็กหญิง

" แหม ๆ..ก็พ่อของเธอจะเป็นคนบอกเธอเองไงจ๊ะ.. ฉันว่าน๊า..เค้าก็คงยังไม่รู้หรอก ว่าฉันคือต้นอะไร
แต่ฉันก็มั่นใจเหลือเกิน..ว่าตัวเอง มาจากพืชตระกูลชั้นสูงแน่นอน " เมื่อจีบปากจีบคอจบ
เจ้าต้นไม้ก็ขยับกิ่งลงไปตามเดิม

มันหลับลงในไม่ช้า..

เด็กหญิงเฝ้ามองอย่างชื่นชม..ต้นไม้นี้ฉลาดนัก..มาจากพืชตระกูลชั้นสูงด้วย ..
เราจะต้องดูแลมันอย่างดี จะให้ต้นไม้น้อยเติบโตเป็นต้นไม้ที่สวยงามและแข็งแรง..
และมิตรภาพระหว่างเราจะยังคงอยู่เช่นนี้เสมอไป

หลายวันผ่านไป.. เด็กหญิงวุ่นวายกับกิจกรรมที่โรงเรียนของเธอ
เธอฝากให้พี่ชายช่วยรดน้ำเจ้าต้นไม้ให้
เมื่อเธอกลับถึงบ้าน เธอก็ทำเพียงแค่บอกราตรีสวัสดิ์กับเจ้าต้นไม้ แล้วก็หลับไป...



คืนหนึ่ง.. เด็กหญิงตกใจตื่นขึ้นมา กลางดึก..เธอได้ยินเสียงเจ้าต้นไม้ร้องไห้จากริมหน้าต่าง
แสงจันทร์ในคืนนี้ส่องให้เห็น ถึงต้นที่เติบโตขึ้นมาก มันเพียบพร้อมไปด้วยหนามที่แข็ง..
เรียงรายไปทุกซอกของกิ่งก้าน

" เป็นอะไรหรือ ต้นไม้น้อย " เด็กหญิงถามขึ้นด้วยความห่วงใย เจ้าต้นไม้ปรายตามายังเด็กหญิง
ก่อนจะสะบัดหน้าพรืด..ใส่เธอ มันส่ายกิ่งก้านของมันไปมา ราวปฏิเสธไม่ตอบในคำถามของเด็กหญิง

เด็กหญิงหน้าสลด..หรือเพราะเธอไม่ได้เอาใจใส่มัน เจ้าต้นไม้น้อยคงเสียใจเพราะเรื่องนี้เป็นแน่
เธอสูดลมหายใจ ก่อนจะยิ้มอย่างเอาใจให้กับต้นไม้น้อย

" โกรธฉันหรือจ๊ะ ต้นไม้น้อย ฉันขอโทษนะ ที่ไม่มีเวลาให้เธอหลายวันมานี้ อย่าโกรธฉันเลยนะจ๊ะ
ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน..และทำอะไร ฉันก็คิดถึงเธอเสมอนะ.." เจ้าต้นไม้เอียงคอมองอย่างไม่แน่ใจ
แต่มันก็ยังคงหันหน้าหนี เด็กหญิงอยู่เช่นนั้น


" เราเป็นเพื่อนกันใช่ไหมจ๊ะ มิตรภาพระหว่างเราจะยังคงอยู่ตลอดไปใช่ไหม ..
ยกโทษให้ฉันเถอะนะ ต้นไม้น้อย...ฉันรักเธอเหลือเกิน อย่าโกรธฉันอีกเลยนะจ๊ะ..ต้นไม้น้อย "
เจ้าต้นไม้หันกลับมา มันทำหน้าตาประหลาดใจ
ในความประหลาดใจนั้น เด็กหญิงเห็นประกายแห่งความสุขอยู่ภายในนั้น

" รักหรือ รักแปลว่าอะไร " เจ้าต้นไม้ถามอย่างสงสัย..
มันชอบคำนี้เสียจริง ช่างไพเราะ..จับใจ..ลึกซึ้ง..

" รักมีมากมายในความหมาย รักคือการให้ เสียสละ เข้าใจ จริงใจ ..เยอะแยะในความหมายจ้ะต้นไม้ "

" อย่างนั้นหรือ..อืม ๆ..ดีจัง " เจ้าต้นไม้พยักกิ่งก้านรับรู้อย่างสนใจ

เด็กหญิงยิ้มกว้างอีกครั้ง เมื่อเจ้าต้นไม้ดูจะไม่มีอาการขุ่นเคืองเธอแล้ว

" ไม่โกรธฉันแล้วนะจ๊ะ พรุ่งนี้เช้า เรามาคุยกันใหม่นะจ๊ะ ฉันไปนอนต่อก่อน " เธอบอกลาต้นไม้น้อย
โดยไม่ทันสังเกตเห็นปุ่มดอกเล็ก ๆ ที่งอกขึ้นตามซอกกิ่งของต้นไม้น้อย

" อือ..." เจ้าต้นไม้รับคำลอยลม..มันยังคงวนเวียนอยู่กับความหมายของคำว่า
"รัก"..ความหมายดีอะไรเช่นนี้นะ


เจ้าต้นไม้คิดกับตัวเอง.. เมื่อมันหันไปยังเด็กหญิงอีกครั้ง ก็พบว่า เธอนอนหลับสนิทไปแล้ว..
เสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะ แผ่วเบา..


รักคือการให้หรือ..การเสียสละหรือ...ให้..เธอรักฉัน..
เธอจะต้องให้ฉัน..เด็กหญิง ..เจ้าต้นไม้พูดกับตัวเอง
ในขณะที่เฝ้ามองเด็กหญิงยามหลับใหล

เช้าวันต่อมา เป็นวันหยุด พ่อแม่และพี่ชายของเด็กหญิงออกไปธุระ เด็กหญิงซึ่งไม่ได้ไปโรงเรียน
ต้องอยู่บ้านคนเดียว เธอจึงตื่นสายได้

เมื่อเด็กหญิงลืมตาขึ้น เธอพบว่า ต้นไม้น้อยที่ริมหน้าต่าง
กำลังออกดอกสีสวยหลายดอก ..ดอกสีม่วงชมพู..
..สวยอะไรอย่างนี้..เด็กหญิงคิด..

" สวยจังเลยจ้ะ ต้นไม้น้อย เธอออกดอกแล้ว ทีนี้ฉันก็จะได้รู้แล้ว ว่าเธอคือต้นไม้อะไร "
เด็กหญิงพูดกับต้นไม้

เจ้าต้นไม้หันกลับมา..มันแกว่งไกวกิ่งก้านเบา ๆ..ราวเรียกให้เธอเข้าไปใกล้

เมื่อเด็กหญิงเดินเข้าไปใกล้ กิ่งก้านเหล่านั้นก็แผ่ขยาย..พุ่งเข้ามาหาเด็กหญิงอย่างรวดเร็ว..
" โอ๊ะ..โอ๊ย..ฉันเจ็บนะต้นไม้ เธอจะทำอะไร..โอ๊ย.." กิ่งก้านที่เต็มไปด้วยหนามแหลมของต้นไม้
เกาะเกี่ยวเด็กหญิง..มันพันไปรอบตัวเด็กหญิง...

จุดมุ่งหมาย..คือนำพาเด็กหญิงเข้าไปสู่โลกแห่งพันธุศาสตร์

เพราะเด็กหญิงบอกว่ารักมัน..และมันเองก็คาดหวังให้เด็กหญิงเสียสละให้กับมัน
ในทุกคืนที่เด็กหญิงหลับ..เธอไม่เคยรู้เลยว่า เจ้าต้นไม้แอบเปิดหนังสือ..
ค้นสูตรยาลับ..ที่สามารถทำให้ต้นไม้ กลับกลายเป็นมนุษย์ได้
ด้วยพิธีกรรมของ หมอผีแห่งเกาะอันไกลโพ้น..
แม้ยังไม่มีบทพิสูจน์ว่าทำได้จริงหรือไม่ แต่เจ้าต้นไม้ก็อยากจะลอง..


มันรอเวลานี้มาแสนนาน..รอวันที่จะหยิบเอาดวงใจมนุษย์..ที่รักในต้นไม้..
นำมาปรุงกับส่วนผสมหายาก อีก 2-3 อย่าง
ซึ่งมันได้จัดเตรียมหาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว..

เวลานี้ สิ่งเดียวที่มันยังขาดอยู่ คือ หัวใจของเด็กหญิงที่รักมันนั่นเอง..

"อย่าทำ...อย่าทำ..แบบนี้..เลย..ต้นไม้..น้อย.." เสียงเด็กหญิงแผ่วลง
เมื่อร่างกายเล็ก ๆต้องสูญเสียเลือด จากหนามอันมากมายของต้นไม้



" ไหนเธอว่า เธอรักฉันยังไงล่ะ เด็กหญิง เธอต้องเสียสละ ให้ฉันได้เป็นมนุษย์
ฉันต้องได้เป็นมนุษย์ เธอเข้าใจฉันนะ.."
เจ้าต้นไม้ชั่วร้าย กล่าววาจาอย่างเห็นแก่ตัว ..
และปล่อยกิ่งก้านที่เต็มไปด้วยหนาม..เข้าไปในปากของเด็กหญิง
มันผ่านไปยังลำคอ..และเส้นเลือด..ก่อนจะพุ่งตัวไปยัง
ตำแหน่งสำคัญ..หัวใจ มันใช้กิ่งหนามอันแหลมคม
เกาะรอบ หัวใจดวงน้อย ๆ ของเด็กหญิง..

แต่ก่อนที่มันจะรั้งให้หัวใจนั้นหลุดออก..เด็กหญิงก็ตกใจตื่น..

เด็กหญิงลืมตาขึ้น เธอผลุนนั่งขึ้นทันที พลางหันมองต้นไม้อย่างระแวง..
.เมื่อครู่เธอฝันร้าย แต่ภายในฝัน บอกเธอว่า ต้นไม้น้อยที่มีหนามต้นนี้..
เป็นศัตรูมากกว่ามิตร..หรือเธอกำลังหลงรักและดูแลตัวอันตรายอยู่กันแน่

เจ้าต้นไม้หันหน้ามายิ้มแย้มให้กับเธอ พลางตะโกนเสียงใสมาว่า

" เด็กหญิงจ๊ะ..นี่ไงล่ะ ดอกของฉัน ฉันออกดอกแล้วนะ มาดูเร็ว ๆ สิ "

เด็กหญิงไม่ตอบอะไร เธอตรงไปยังชั้นหนังสือ หยิบหนังสือสายพันธุ์พืชมีหนามมาเปิดอ่าน
ไม่นาน เด็กหญิงก็รู้ได้ ว่าเจ้าต้นไม้น้อยที่เธอเฝ้าดูแลมาตลอดนั้น คือต้นอะไร ..มันคือ..

" ต้นไม้น้อย ฉันรู้แล้วว่าเธอคือต้นอะไร " เด็กหญิงตอบเสียงเรียบ

" อะไรหรือจ๊ะ.." ต้นไม้น้อยทำเสียงใส ในขณะที่ขยายกิ่งไปด้านหลังของเด็กหญิง..

" ไมยราบ.." เด็กหญิงรู้ความคิดของเจ้าต้นไม้อยู่ก่อนแล้ว เธอจึงกระโดดหนีทันทีในมีมือไม้เบสบอล
เธอฟาดมันลงเต็มเหนี่ยวที่กระถางต้นไม้...

เจ้าต้นไม้ล้มลง..กระถางสีขาวที่คอยเฝ้าดูแลมาตลอดแตกกระจาย..
แต่ก่อนที่มันจะหมดลม..มันขอร้องเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง..



" เด็กหญิงน้อย.. ในเมื่อเธอรู้แล้ว ว่า ฉันไม่ดี..และในเมื่อฉันจะต้องตายไปแล้ว.
.ได้โปรดเถอะ..ได้โปรดเก็บ ดอกของฉันเอาไว้..เพื่อเป็นที่ระลึกถึงวันคืนดี ๆ ของเรา..
เธออาจอยากลืมฉัน..ในสิ่งเลวร้าย..แต่ฉันอยากให้เธอจดจำฉันในสิ่งดี ๆ..ที่ฉันมี..ได้ไหมจ๊ะ.."



เด็กหญิงก้มหน้านิ่ง..เวลาแสนนาน..เธอเฝ้ารักและดูแล..เธอห่วงใยและใส่ใจ..
มีหรือที่เธอจะลืมเลือนต้นไม้น้อยได้ง่ายๆ

" ก็ได้.." เด็กหญิงก้มลงหยิบดอกไม้สีสวยอย่างเบามือ เธอวางมันลงในกล่องไม้สีฟ้าอ่อนของเธอ..
เจ้าต้นไม้ลอบยิ้มอย่างเลือดเย็น..ก่อนที่จะหลับตาลง..และจากไปตลอดกาล..
(ตามความคิดของเด็กหญิง)


เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เด็กหญิงจำไม่ได้ เธอรู้แค่ การสูญเสียต้นไม้น้อย
ช่างเป็นความเจ็บปวดเหลือเกิน
เหมือนความเจ็บปวดในความฝันคืนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน..



เกือบ 3 อาทิตย์ของการจากไปของต้นไม้ เด็กหญิงเฝ้ามองดอกไม้ในกล่องของเธอ สีของมันซีดลง
คงเพราะไม่เจอแดด..ดูมันอ่อนแรง..
คงต้องลากันตลอดกาลอย่างแท้จริงแล้วกระมัง..เด็กหญิงรำพึงกับตัวเอง
ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบดอกไม้สีอ่อน โปรยลงไปยังพื้นหญ้าเบื้องล่าง ภายนอกหน้าต่างของเธอ


ใครจะรู้ได้บ้าง..ว่าในเวลาอีกไม่ช้า ไมยราบต้นใหม่ก็จะผุดขึ้นมาแทนที่ต้นเก่า
เกสรของมัน เป็นเสมือนรากเล็ก ๆ ที่เก็บชีวิตมากมายเอาไว้ มันพร้อมที่จะเติบโตอีกครั้งแล้ว
และครั้งนี้..อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง..ชีวิตของเด็กหญิงจะเป็นอย่างไร


..........

ความรักที่ผิดหวัง หากเก็บไว้..แม้เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ย้อนระลึกถึงความหลังครั้งเก่าได้
ใครจะคาดเดาได้ว่า ..เมื่อใดที่มันจะย้อนกลับมาอีกหรือไม่..
และพร้อมที่จะทำร้ายหัวใจของผู้ที่ครั้งหนึ่ง
รัก..และยังรักอยู่..หรือเปล่า..



อาทิมา

เป็นเรื่องสั้นที่เขียนไว้ราว ๆ สองปีก่อน
หลายคนอ่าน แล้วคิดว่า เป็นเรื่องของฉัน
ซึ่ง ความตั้งใจจริงนั้น ไม่ใช่

ช่วงนั้น พี่สาวคนดีในโลกไซเบอร์คนหนึ่ง
กำลังมีปัญหากับ ความหลังที่ไม่จางไป และวนเวียนมาสร้างฝันร้ายให้เสมอ

ตั้งใจจะเขียนให้พี่เค้า
แต่ก็ไม่แน่ใจว่า .. พี่เค้าจะได้อ่านหรือเปล่า..

- -"

ไป ๆ.. มา ๆ..
ฉันเองที่รู้สึกว่า เผลอเก็บเกสรเจ้าต้นไม้น้อยนั่นไว้เสียเอง

ไม่เป็นไร จับมันเผาไฟซะ..


จบเรื่องไป